ประวัติย่อของการสำรวจ

........การสำรวจ เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ในสมัยแรกเริ่ม ได้เจริญขึ้นควบคู่มากับวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งใช้ในการกำหนดเขตที่ดิน การหาพื้นที่ที่ทำกิน ซึ่งก็เพียงเพื่อการซื้อขายกันในสมัยโบราณ และเมื่อมีการค้นคว้าก็พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการสำรวจ และคณิตศาสตร์ปรากฏอยู่ในคณิตศาสตร์สาขาที่เก่าแก่คือ เรขาคณิต (Geometry) (เจิมศักดิ์ หัวเพชร, 2519 : 3) แต่ในปัจจุบัน การสำรวจมีบทบาทมากขึ้นแทบทุกกิจการ เนื่องจากเป็นงานที่ ต้องบุกเบิกเข้าไปในสถานที่ต่างๆ เพื่อนำผลการสำรวจ มาใช้ร่วมกับงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากมาย ทั้งที่อยู่บนโลก (Goble surveying) และนอกโลก (Space surveying) ซึ่งถือได้ว่า เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะในการหาความสัมพันธ์ของตำแหน่งต่างๆ ที่อยู่บนผิวโลก ใต้ผิวโลก หรือเหนือผิวโลก และเรายังพบอีกว่า การสำรวจ มีการแตกแขนวสาขาออกไปอีกมากมาย เช่น การสำรวจทางทะเล การสำรวจทางภูมิศาสตร์ การสำรวจทางวิศวกรรม ฯลฯ (www.tpud.com, 2002 : unpaged)

.......... สำหรับการศึกษาในระดับนี้ จะกล่าวถึง การสำรวจในงาน วิศวกรรมเพียงสาขาเดียว ซึ่งมีความสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษา ที่กำลังศึกษาในรายวิชาสำรวจขั้นพื้นฐานการสำรวจ เนื่องจากเป็นการใช้ศิลปะและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ การวัด หรือ การรังวัด (observation or measuring) เพื่อหาข้อมูลจากสภาพภูมิประเทศจริง โดยกระบวนการวิธีทางตรง และ/หรือทางอ้อมก็ได้ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ระยะทาง (distance) ทิศทาง (direction) และค่ากำหนดสูง (elevation) เป็นสำคัญ แล้วจึงนำเอารายละเอียดต่างๆ ของข้อมูลทั้ง 3 มาผ่านกระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีตามหลักการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ และนำผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวล หรือผลที่ได้จากการรังวัด มาสร้างหรือเขียนเป็น แผนที่ (map) แผนผัง (plan) ภาพด้านข้าง (profile) ภาพตัดขวาง (cross section) แผนภูมิ (chart) แผนภาพ (diagram) หรือ หุ่นจำลอง (model) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายๆ อย่างผสมผสานกัน แล้วแต่ความต้องการของงานนั้น

 

รูปที่ 1 ภาพจำลองการสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศ

 

ความมุ่งหมายหลักของงานสำรวจ

.......... งานสำรวจส่วนมาก มีความมุ่งหมายหลักอยู่ 2 ประการ กล่าวคือ

 

..........1. ความต้องการทางด้าน รูปร่าง (shape) รูปร่างที่ได้นี้ มีองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ขอบเขต (boundaries) ขนาดพื้นที่ (areas) ความสูงต่ำของพื้นที่ (elevation) และยังสามารถบอกถึงปริมาตร (volume) ของงานตามต้องการ

 

 

..........2. ความต้องการในตำแหน่ง (position) เป็นผลมาจากการประมวลผลในตัวของข้อมูลที่รังวัดมาได้ ซึ่งจะบอกให้ทราบถึง ทิศทาง (direction) ของแนวรังวัดต่างๆ ตำแหน่งของจุดรังวัดต่าง ๆ (position) บนพื้นผิวโลก ใต้ผิวโลก และเหนือผิวโลก ในรูปแบบของ 2 มิติ หรือ 3 มิติ

 

..........อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งหนึ่งๆ จัดเป็นงานรังวัด ที่ไม่จำกัดว่า จะต้องทราบ หรือต้องหารายละเอียดทั้งหมด เช่น การสำรวจเพื่อการออกโฉนดที่ดิน เป็นงานรังวัดที่ต้องการทราบเฉพาะ พื้นที่ ขอบเขต รูปร่าง ทิศทาง และตำแหน่งของหมุดเขตที่ดินเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการสำรวจเพื่อการสร้างทางคมนาคมต่างๆ เช่น ทางหลวง หรือทางรถไฟ ก็จำเป็นจะต้องทราบค่ากำหนดสูงต่างๆ และปริมาตรงานดินด้วย

ประโยชน์ของการสำรวจ

............ปัจจุบันการสำรวจได้เจริญรุดหน้า และใช้งานกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านวิศวกรรมโยธา งานสำรวจจะต้องมาเกี่ยวข้องด้วยเกือบทุกๆ แขนง ทั้งที่เป็นขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ งานสำรวจจึงเป็นงานค้นหา/วัดหา ข้อมูลต่างๆ ที่งานนั้นโครงการนั้นต้องการ แล้วนำมาประกอบการพิจารณา วางแผน และออกแบบโครงการนั้นๆ ให้ได้ถูกต้อง และเหมาะสมที่สุด

............การสำรวจนอกจากมีความสำคัญ ดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีความสำคัญมากต่อ กิจกรรมทางด้านทหาร ซึ่งในประเทศไทยเราก็มีหน่วยงานของ ทหารที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ คือ "กรมแผนที่ทหาร" เป็นงานสำรวจประเภทที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของ ประเทศ กรมแผนที่ทหารจะเป็นผู้ทำ หรือเป็นผู้ควบคุมการสำรวจ เช่น การทำแผนที่ประเทศ การกำหนดขอบเขต ของประเทศ เส้นขอบเขตจังหวัด ตลอดจนการสร้างหมุดบังคับแผนที่ (mapping points control) ขึ้นทั่วประเทศ

รูปที่ 2 การสำรวจและรังวัดทำแผนที่ภูมิประเทศ

 

   
โดย
   
พรหมพัฒน์ จันทร์กระจ่าง
   
(e-mail: prompatt@gmail.com)

 

 

Product By Phrompatana Junkrajang
Surveying Division, Dusit Technical College
76 Ranong 2 Rd. Dusit District, Bangkok, 10300. Tel: 0-2241-1317, Mobile: 081-499-6953.